ข่าวมวย » “สมรักษ์” พบเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือชี้แจงเหตุการณ์-ยังไม่ได้เป็นบุคคลล้มละลาย

“สมรักษ์” พบเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือชี้แจงเหตุการณ์-ยังไม่ได้เป็นบุคคลล้มละลาย

25 กันยายน 2018
9   0

 

”ฮีโร่บาส” เรือเอก สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกของไทย เข้าพบ พล.ร.ท.บรรพต เกิดภู่ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เพื่อรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนนำมาสู่ขั้นตอนพิทักษ์ทรัพย์ ยังไม่ได้เป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งทางฮีโร่โอลิมปิกได้รับคำแนะนำจากนายทหารพระธรรมนูญ กองทัพเรือจนมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป นอกจากนั้นยังได้สาวถึงบริษัทที่มาฟ้องร้องมีเบื้องหลังไม่ชอบมาพากลเป็นของต่างชาติ ที่ตั้งขึ้นมาหวังผลประโยชน์อยากให้สื่อช่วยสืบประวัติให้ดีๆ    

   หลังจากที่ ”ฮีโร่บาส” เรือเอก สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกของไทย ตกเป็นข่าวใหญ่ตามคำฟ้องของบริษัท บริหารสินทรัพย์ มหานคร จำกัด โจทก์ ที่ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลางขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย และศาลได้มีคำสั่งลงวันที่ 9 สิงหาคม 2561 ให้ พิทักษ์ทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 จนทำให้ต้นสังกัดคือกองทัพเรือเรียกตัวมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่าซึ่งอาจจะส่งผลถึงการถูกปลดออกจากทางราชการ 

    ล่าสุดในช่วงสายของวันจันทร์ที่ 24 กันยายน ร.อ.สมรักษ์ ได้เดินทางเข้าพบกับ พล.ร.ท.บรรพต เกิดภู่ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เพื่อรายงานข้อเท็จจริงและที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าว ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาต่อไปว่าจะดำเนินการการอย่างไร โดยได้มีการรายงานให้กับ พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว 

พล.ร.ท.บรรพต เผยว่า หลังจากที่ได้พูดคุยกับ เรือเอก สมรักษ์ แล้วคิดว่ายังไม่มีอะไร โดยยืนยันว่ายังไม่ได้เป็นบุคคลล้มละลายเพราะยังไม่ได้ถูกฟ้อง และยังอยู่ในขั้นตอนของกรมบังคับคดี ซึ่งเป็นเพียงแค่การพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้น 

    อย่างไรก็ตาม กองทัพเรืออยู่ระหว่างรอศาลตัดสิน เบื้องต้นยังไม่ถือว่า เรือเอก สมรักษ์ เป็นบุคคลล้มละลาย เพราะขั้นตอนของศาลยังมีอีกหลายขั้นตอน เช่นการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ กองทัพเรือต้องยึดตามคำสั่งศาลเป็นหลักตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม มีแนวทางปฏิบัติชัดเจนว่าเมื่อศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายจะต้องออกจากราชการ ขณะเดียวกันหากเป็นการล้มละลายด้วยการทุจริตจะต้องถูกปลดออกจากราชการ และถอดยศ แต่เชื่อว่ากรณีของ เรือเอก สมรักษ์ ไม่ได้ทำการทุจริต เป็นเพียงคดีส่วนบุคคลเท่านั้น 

     ขณะที่ เรือเอก สมรักษ์ ได้เผยว่า ”พูดกันแบบตรงๆ เอาจริงๆ เลยนะ ทางอธิบดีกรมบังคับคดีโทร.มาคุยกับผมเมื่อเช้านี้ เพื่อจะนัดให้ไปเคลียร์ วันที่ 25 กันยายน เวลาหนึ่งทุ่ม โดยบอกว่าเมื่อวานนี้สมรักษ์ยังไม่ได้เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นการเข้าใจผิดกัน และอยากให้คุณสมรักษ์ช่วยทำหนังสือขอเลื่อนพิจารณาคดีเรื่องนี้ไปก่อน”

    ”ผมจะทำหนังสือทำไม ผมเป็นคนนัดคุณเสียเมื่อไหร่ แล้วผมจะนัดคุณทำไม ผมไม่ไป ผมจะอธิบายให้ฟัง เรื่องมันมีมากกว่านั้นอีก บริษัทผู้ฟ้องร้องผมนี้มันมีที่มาอย่างไร ผมอยากให้สื่อช่วยเช็กรายละเอียดให้ผมที ล่าสุดเท่าที่ผมรู้และได้ข้อมูลมา มันเป็นบริษัทของคนต่างชาติ ที่ตั้งขึ้นมาแล้วไปรังแกคนอื่นเขา เป็นบริษัทที่มาช้อนซื้อหนี้เสีย แล้วไปตามทวงหนี้ฟ้องล้มละลายกับคนอื่นๆ ใครกลัวเสียหน้า ก็ยอมจ่ายเงินให้ มีหลายคนโดนแบบนี้มาเยอะมาก ตอนนี้ผมรู้ชื่อเจ้าของบริษัท และตัวทนายแล้ว ผมอยากให้คดีนี้ เป็นตัวอย่างแก่ประชาชนคนทั่วไปเลยด้วยซ้ำ”

    เรือเอก สมรักษ์ ยังเผยอีกว่า ”พอเป็นข่าวว่าผมถูกฟ้องล้มละลาย มีหลายคนโทร.มา ที่เป็นทนายก็มี และอาสาจะช่วยเหลือผม จะช่วยต่อสู้คดีนี้ พร้อมกับเตือนผมว่ามันจะมีพวกหากินแบบนี้ เอาหนี้เสียมารื้อใหม่ ทำงานรับใช้ชาวต่างชาติ นี่แหละคือพวกขายชาติตัวจริง แล้วก็จะไปโทร.ทวงหนี้ คนที่หนี้เสีย ใครกลัวจะเสียชื่อ เสียหน้า ก็จะยอมความจ่ายเงินให้ แต่ผมไม่ยอม ถ้าจะฟ้องก็ฟ้องไป ตอนนี้มีคนมากมายโทร.มาหา บอกจะช่วยเงินผม ผมไม่เอา ผมไม่เดือดร้อน แต่ผมไม่จ่ายให้มัน ผมเป็นหนี้เรื่องบ้าน 4 ล้านกว่า ส่งบ้านไปแล้ว 3.5 ล้าน มันบอกว่า ต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยอีกรวม 9 ล้านบาท ผมเป็นหนี้จริง ทำไมไม่มาบอกตั้งแต่ปีแรกๆ นี่ปล่อยให้ดอกเบี้ยท่วมถึง 9 ล้าน ผมไม่ยอมจ่ายหรอก”

    ”ผมอยากให้สื่อมวลชนช่วยตรวจสอบบริษัทที่ฟ้องร้องผม มีความเป็นมาอย่างไร เที่ยวหลอกประชาชนทั่วไปปล่อยให้ดอกเบี้ยขึ้นท่วมหัว แล้วไปข่มขู่เขา เอาความจริงเรื่องนี้มาแฉ ไม่แน่ผมอาจกลายเป็นฮีโร่ช่วยคนอื่นๆ ทั่วไปอีกครั้งก็ได้ ผมไม่ยอมมัน มันไม่ยุติธรรมกับเรา ผมไม่เคยรู้จักบริษัทที่มาทวงหนี้กับผมมาก่อนเลยด้วยซ้ำ”
    
    ยอดมวยเจ้าของฉายา ”ไม่ได้โม้” กล่าวอีกว่า ”ส่วนเรื่องรับราชการ ความจริงแล้วเขาก็มีกฎระเบียบ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา เขาต้องใช้เวลาสอบสวนเป็นปี แล้วต้องดูว่า เราทำเรื่องเสื่อมเสียแก่ราชการ หรือเอาหน้าที่ไปแอบอ้างหรือเปล่า ทำให้กองทัพเสียหายหรือเปล่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ท่านจะพิจารณาและให้ความเมตตาต่อเราหรือไม่..??”

    เรือเอก สมรักษ์ กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ”วันพรุ่งนี้ (วันอังคารที่ 25 ก.ย.) ผมจะไม่ได้คุยหรือไกล่เกลี่ยใดๆ ทั้งสิ้น แต่ผมจะไปคุยกับทนายและแฟนๆ ที่เห็นใจ และอาสาพร้อมให้การช่วยเหลือผม เพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้ ที่ทำให้ผมและภรรยาต้องเสียหาย”

Please Enter Your Facebook App ID. Required for FB Comments. Click here for FB Comments Settings page